metascdw
วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553
อนาคตของดวงอาทิตย์


วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553
แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง
สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมือง
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน อนุสรณ์สถานแด่ "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" อยู่ในบริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพลถนนตากสินมหาราช มีต้นสะตือขนาดใหญ่อยู่หน้าศาล อายุประมาณ 300 ปี กล่าวว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงนำช้างมาผูกไว้ที่ต้นสะตือนี้ครั้งเมื่อเสด็จ มารวบรวมไพร่พลที่จันทบุรีตั้งทัพมั่นอยู่เพื่อเตรียมกู้อิสรภาพของ ชาติไทย ศาลนี้มีคนนิยมมาสักการะในเทศกาลตรุษจีนในศาลมีพระรูปหล่อของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในท่าประทับยืนสง่างามมาก
วัดป่าประดู่ อยู่ในเมืองระยองบนถนนสุขุมวิท แยกเข้าซอยวัดป่าประดู่ มีพระนอน ขนาดยาว 11.95 เมตร สูง 3.60 เมตร พระพุทธรูปนี้มีที่แปลกคือนอนตะแคงซ้ายพระพุทธรูปเดิมอยู่กลางแจ้งสร้างวิหารครอบเมื่อปี พ.ศ. 2524
พระเจดีย์กลางน้ำ อยู่สุดถนนตากสินมหาราช แยกขวาเข้าถนนสมุทรคงคาห่าง จากตัวเมืองไปทางใต้ 2 กิโลเมตร องค์พระเจดีย์ตั้งอยู่บนเกาะในแม่น้ำระยองเป็นของเก่า มีมาแต่โบราณ ไม่ปรากฏ ว่าใครเป็นผู้สร้างองค์เจดีย์สูงประมาณ 10 เมตร
ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนหลักเมือง เขตเทศบาลเมืองระยอง เดิมเป็นศาลไม้ต่อมาเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ศาลหลักเมืองแห่งนี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองระยองมาก มีการจัดงานสมโภชทุกปี
สวนศรีเมือง หรือที่ชาวเมืองนิยม เรียกว่า เกาะกลางตั้งอยู่กลางเมือง ด้านหลังศาลากลางหลังเดิม เนื้อที่ประมาณ 70 ไร่ ร่มเย็นด้วยพันธุ์ไม้ และคูบัว ภายในสวนมีหอพระพุทธอังคีรส ซึ่งเป็นอาคารทรงไทยหลังคาจตุรมุขเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธอังคีรสซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวระยอง
สถานที่ท่องเที่ยวชายทะเล
เกาะมัน เป็นหมู่เกาะที่อยู่ในเขตตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง หมู่เกาะมันมีอยู่ 3 เกาะเกาะ
ที่อยู่ใกล้ฝั่งมากที่สุดคือ เกาะมันใน ถัดไปคือเกาะมันกลาง และเกาะมันนอกเกาะมันในเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
โดยมีพระราชประสงค์ให้เกาะมันเป็นที่ดำเนินการโครงการสมเด็จฯอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล
เกาะแก้วพิสดารหรือเกาะเสม็ด เกาะเสม็ด ได้ชื่อว่าเป็นเพชร เม็ดงามของจังหวัดระยองเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักตากอากาศชายทะเลที่มีธรรมชาติ งามยิ่ง ประกอบด้วย ทะเลที่เงียบสงบ แสงแดดอบอุ่น หาดทราย ที่ขาวสะอาด ป่าไม้และ ภูเขาที่เป็น ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างกลมกลืน มีบรรยากาศเงียบสงบ กล่าวกันว่า เกาะเสม็ด ก็คือ เกาะแก้วพิสดารในกวีนิพนธ์ของ สุนทรภู่อาจเป็นเพราะที่นี่มีหาดทรายขาวปานแก้วอยู่ทั่วไปก็ได้และเหตุที่มีชื่อว่าเกาะเสม็ดเพราะเกาะนี้มีต้นเสม็ดขึ้นอยู่มาก ทั้งเสม็ดขาว และ เสม็ดแดง ซึ่งชาวบ้านนำเปลือกเสม็ด มาทำใต้จุดไฟ เกาะเสม็ดหรือ เกาะแก้วพิสดาร ตั้งอยู่เขตตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง อยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพ ประมาณ 6.5กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 3,125 ไร่ มีลักษณะเป็น เกาะสามเหลี่ยม ส่วนฐานของเกาะอยู่ทางทิศเหนือ ซึ่งหันหน้าเข้าสู่ฝั่งเพ มีภูเขาสลับซับซ้อน 2-3 ลูกมีที่ราบซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเรือน ของชาวบ้านอยู่ ตาม ริมชายหาดอยู่ในบริเวณปลายแหลมหญ้า ด้านใต้มีเกาะเล็ก ๆ อยู่ใกล้กัน 3 เกาะ คือ เกาะจันทร์ เกาะสันฉลาม และเกาะหินขาว ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีพืชพันธุ์ใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นอาศัยและวางไข่ของนกนางนวล การเดินทางจากบ้านเพไป เกาะเสม็ดมีเรือโดยสารหลายขนาดบรรจุคนได้ ตั้งแต่ 10-100 คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที
สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด
อ่าวทับทิม เป็นหาดทรายขาวทอดยาวตลอดด้านเหนือของเกาะตั้งแต่แหลมน้อยหน่าซึ่งอยู่บริเวณมุมเกาะด้านตะวันตกจนถึงแหลมเจ้าทับทิม ซึ่งมองเห็นจากฝั่งเพ ด้านหลังเป็นแนวเขากระโจนติดต่อเขาพลอยแหวน ซึ่งช่วยกำบังลม ทำให้มีผู้คนมา ตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกว่า"หมู่บ้านเกาะเสม็ด" ทางด้านแหลมทับทิมมีโขดหินขนาดใหญ่สลับซับซ้อนเหมาะสำหรับนั่งชมธรรมชาติของ ท้องทะเลยามเย็น
หาดทรายแก้ว อยู่ห่างจากท่าเรือหมู่บ้านเกาะเสม็ดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นหาดทรายที่สวยที่สุดของเกาะ นักท่องเที่ยวทั้งหลายมุ่งหน้ามาชมและเล่นน้ำทะเลเพราะเป็นหาดที่มีทรายขาวสะอาดละเอียดมาก ขนาดของหาดกว้างประมาณ 25-30เมตร ยาวประมาณ 780 เมตร
อ่าวช่อ อยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ มีหาดทรายขาวสะอาดยาวประมาณ 200 เมตร มีต้นมะพร้าวเป็นทิวแถวให้ร่มเงาเย็นสบาย ทำให้บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ
หาดอ่าวพร้าว อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ เป็นเพียงหาดเดียวที่อยู่ในอ่าวพร้าวมีความยาวประมาณ 200 เมตร มีความงามพอสมควร
หาดทรายอื่น ๆ บนเกาะเสม็ด ได้แก่ หาดหินโคร่ง หาดคลองไผ่หาดพุทรา หาดนวล หาดดอล หาดเทียน หาดทราย และหาดกิ่วหน้านอก
สถานที่ท่องเที่ยวนอกตัวเมือง
หาดทรายทอง แยกขวาจากถนนสุขุมวิท ตรงกิโลเมตรที่ 208 เข้าไปทางลูกรัง ยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงหาดทรายขาวเป็น แนวยาวและเงียบสงบริมหาดมีบังกาโลให้เช่าพัก
บ้านเพ จากสุขุมวิทแยกซ้าย ตรงกิโลเมตรที่ 248 เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตรจะเป็นหมู่บ้านขายของพื้นเมืองต่าง ๆ เช่น น้ำปลา ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง กะปิไว้บริการนักท่องเที่ยว
สวนวังแก้ว อยู่ห่างจากสวนสนไปตามถนนสายเลียบชายฝั่งทะเล ประมาณ11 กิโลเมตร หากใช้ถนนสุขุมวิทให้แยกขวาตรงกิโลเมตรที่ 248 เข้าไป 5 กิโลเมตรตั้งอยู่ริมแหลมทองหลาง มีธรรมชาติสวยงามสวนวังแก้วมีเอกชนเป็นเจ้าของเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม โดยเก็บค่าบริเวณเข้าชมคนละ 10 บาท
แหลมแม่พิมพ์ จากถนนสุขุมวิทมีแยกซ้าย เข้าตรงกิโลเมตรที่ 259,263และ 228 ผ่านอนุเสาวรีย์สุนทรภู่ไปอีก 5 กิโลเมตร บริเวณชายหาดแหลมแม่พิมพ์เล่นน้ำโต้คลื่นไม่แรงนัก น้ำทะเลสะอาดบริเวณด้านเหนือของหาดมีเกาะเล็ก ๆ อยู่เกาะหนึ่งชื่อ เกาะขี้ปลา ทุก ๆ วันที่ 21 เมษายนของทุกปีน้ำทะเลจะลดลงจนสามารถเดินไปที่เกาะขี้ปลาได้
อนุเสาวรีย์สุนทรภู่ อยู่ห่างจากแหลมแม่พิมพ์ ตามถนนสายใน ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นอนุเสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงสุนทรภู่กวีเอกใน สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีเนื้อที่ 8.5 ไร่ภายในบริเวณมีรูปปั้น เรื่องพระอภัยมณีบางตอน อนุเสาวรีย์นี้เปิดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2513
วัดสารนารถธรรมาราม ตรงกิโลเมตรที่ 265 ถนนสุขุมวิท ปากทางเข้าอำเภอแกลง สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.2484 องค์พระประธานในพระอุโบสถจำลอง มาจากพระพุทธชินราชวัดมหาธาตุพิษณุโลก บริเวณมุมโบสถ์ทั้ง 4 ด้าน ได้จำลองเอาสถานที่ที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาไว้มุมละแห่ง คือ พระปฐมเจดีย์พระธาตุพนมพุทธคนา และพระธาตุไชยา
ถ้ำเขาวง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 77 กิโลเมตรโดยแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 286 เข้าไป 12 กิโลเมตรเขาวงเป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัดระยองกับจังหวัดจันทบุรีตัวภูเขาอยู่ในเขตอำเภอแกลงสูง 186 เมตร มีถ้ำน้อยใหญ่ติดต่อทะลุถึงกันประมาณ 80 ถ้ำ แต่ละถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก
อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา อยู่ในเขตท้องที่ตำบลทุ่งควายกินอำเภอแกลง ตรงกิโลเมตรที่ 274 บริเวณสี่แยกเขาดิน แยกซ้ายเข้าไป 17 กิโลเมตรอุทยานแห่งชาติเขาชะเมาประกอบด้วยป่าไม้ทั่วไป มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ทั้งไม้ยืนต้นและไม้ประดับจำพวกว่านต่าง ๆ ขึ้นอยู่ทั่วไป มีน้ำตกที่สวยงามชื่อว่า"น้ำตกเขาชะเมา" มีลักษณะน้ำตกลดหลั่นกันมาถึง 20 ชั้น น้ำตกชั้นที่ 2 เรียกว่า"วังมัจฉา" มีปลาพลวงตัวโต ๆ อยู่เต็มอ่างน้ำ มีบ้านพักรับรองสำหรับนักท่องเที่ยว จองได้ที่กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้
บ้านก้นอ่าว เป็นหมู่บ้านในตำบลเพ อำเภอเมืองระยอง ห่างจากตัวตลาดบ้านเพ ประมาณ 8 กิโลเมตร ที่บ้านก้นอ่าวมีหาดทรายสวยงาม เป็นแนวยาวเรียบตลอดชายฝั่ง เรียกชื่อว่า "หาดแม่รำพึง" แนวหาดยาวประมาณ 12 กิโลเมตรทางกรมป่าไม้ จัดเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยเลือกเอาบริเวณเขาแหลมหญ้า เป็นที่ทำการ มีบ้านพักของเอกชนหลายหลัง ตั้งเป็๋นหมู่บ้านจัดสรรและแบ่งให้เช่าตากอากาศด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ เดินทางไปพักผ่อนจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ยามเย็นจะเห็นดวงอาทิตย์ตกเหมือนลูกไฟดวงโตค่อย ๆ จมทะเลส่วนตอนเช้าจะได้ชมตะวันขึ้น เหมาะแก่การเดินเล่นออกกำลังกาย
สวนสน อยู่ในเขตตำบลบ้านเพ ออกมาประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นหาดทรายที่มีความเป็นธรรมชาติแห่งหนึ่ง มีบังกาโล บ้านเช่า ร้านอาหาร อุปกรณ์การเล่นน้ำไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวมากมาย
อ่างเก็บน้ำดอกกราย อยู่ใน อ.ปลวกแดง ห่างจากเมืองระยอง 35 กม. เป็นที่ตั้งของโครงการศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดง จ.ระยอง-ชลบุรี เป็นศูนย์กลางการศึกษาพัฒนาเกษตรและศิลปาชีพแก่ราษฎร์ มีหน่วยประสานงานโครงการ พระราชดำริต่าง ๆ ภายในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ อุดมไปด้วยปลานานาพันธุ์
สวนสุภัทราแลนด์ อยู่ในเขต อ.บ้านค่าย ห่างจากตัวเมืองระยอง 30 กม. เป็นสวนผลไม้ที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปเดินชมสวน และชมการสาธิตการเก็บผลไม้ตลอดจนการบำรุงรักษาพันธุ์ผลไม้พื้นเมือง เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด เปิดให้เข้าทุกวัน
โรงงานโลตัส คริสตัล อยู่ที่ กิ่ง อ. นิคมพัฒนา ห่างจากตัวเมืองระยอง 30 กม. เป็นโรงงานผลิตเครื่องแก้วคริสตัลแห่งแรกของ จ.ระยอง ซึ่งทางโรงงานจะเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมกรรมวิธีผลิตต่าง ๆ ตลอดจนเลือกซื้อสินค้าราคา พิเศษจาก โรงงานทุกวัน
หาดแสงจันทร์ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำใหม่ ห่างจากตัวเมืองระยอง7 กม. เป็นชายหาดติดต่อกับหาดแหลมเจริญเหมาะสำหรับการพักผ่อนสามารถเล่นน้ำทะเลได้มีร้านอาหาร
บรุคไซด์ วัลเล่ย์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลสำนักทอง ห่างจากตัวเมืองระยองเพียง 17 กม. สัมผัสบรรยากาศท่องเที่ยวท่ามกลางหุบเขาที่สวยงามแปลกตาราวกับอยู่ต่างประเทศแห่งเดียวของจังหวัดระยอง เติมเต็มการพักผ่อนด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ สระว่ายน้ำ พายเรือแคนนู ขี่จักรยานน้ำในทะเลสาบ ขี่รถ ATV โรยตัว และมีร้านอาหารให้บริการ
วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ชื่อ วิทยาศาสตร์ (Scientific name): Anthracoceros malayanus
ชื่อสามัญ (Common name): Black Hornbill
ตัวผู้มีปากและโหนกสีงาช้าง ส่วนตัวเมียปากดำ นกเงือกดำอาจมีพันธุ์ที่มีคิ้วขาวได้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย ลักษณะอื่น ๆ คล้ายนกแก๊ก แต่ขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย อุปนิสัยคล้ายคลึงกับนกแก๊ก กินอาหารทุกอย่าง เป็นนกที่พบในป่าที่ราบต่ำ ซึ่งถูกทำลายเกือบ หมดสิ้น และเป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย พบแต่ทางภาคใต้ เช่น เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประ-บางคราม
ประวัติ "พ่อขุนบางกลางท่าว

พระบรมนามาภิไธย พ่อขุนบางกลางหาว (เจ้าเมืองบางยาง)
พระปรมาภิไธย กำมรเตงอัญศรีอินทรบดินทราทิตย์
ราชวงศ์ ราชวงศ์พระร่วง
ระยะครองราชย์ ไม่ทราบ
พระมเหสี พระนางเสือง
พระ ราชโอรส/ธิดา มีพระราชโอรสและพระธิดารวม 5 พระองค์
พระนางเสือง
นาง เสือง หรือที่ชาวสุโขทัยนิยมเรียกว่า พระแม่ย่า คือพระมเหสีของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็นพระมารดาของพ่อขุนบาลเมือง และพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ตามที่ศิลาจารึกหลักที่ 1 ได้กล่าวไว้ว่า “...เบื้องหัวนอนเมืองสุโขทัยนี้มีกุฎี พิหาร ปู่ครู มีสรีดภงส์ มีป่าพร้าว มีป่าลาง มีป่าขาม มีน้ำโคก มีพระขพุงผี เทพดาในเขาอันนั้นเป็นใหญ่กว่าผีทุกผีในเมืองนี้ ขุนผู้ใดถือเมืองสุโขไทนี้แล้ ไหว้ดีพลีถูก เมืองนี้เที่ยง เมืองนี้ดี ผิไหว้บ่ดี พลีบ่ถูก ผีในเขาอันนั้นบ่คุ้มเกรงเมืองนี้หาย...”
คำว่า "พระขพุงผี" แปลว่าผีที่เป็นใหญ่กว่าผีทั้งหลาย ซึ่งมีการตีความว่าเป็น ผีพระแม่ย่า หรือ นางเสืองนั่นเอง
สาเหตุที่เรียกว่า "พระแม่ย่า" เนื่องจากคนสมัยก่อนนับถือกษัตริย์ว่าเป็นพ่อ ดังนั้นแม่ของพ่อ(กษัตริย์)จึงเรียกว่า ย่า แปลโดยรวมว่า ย่าผู้เป็นแม่ของพระมหากษัตริย์
ต่อมามีการค้นพบเทวรูปที่สันนิษฐานว่า เป็นรูปสลักนางเสืองอยู่ที่ถ้ำพระแม่ย่าบนเขาพระแม่ย่า ในอุทยานแห่งชาติรามคำแหง และนำมาประดิษฐานไว้ที่ศาลพระแม่ย่าที่หน้าศาลากลางจังหวัดสุโขทัยจวบจน ปัจจุบันนี้
ของที่นิยมนำมาถวายแก้บนเทวรูปพระแม่ย่าคือ ขนมหม้อแกง
ทาง จังหวัดจะมีการจัดงานสักการะพระแม่ย่าพร้อมกับงานกาชาดราวเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ทุกๆ ปี
ปัจจุบันมีการนำลักษณะเครื่องแต่งกายของเทวรูป พระแม่ย่าไปประยุกต์เป็นชุดของนางระบำในระบำสุโขทัย
แหล่งข้อมูล : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ประวัติผู้ปกครองกรุงสุโขทัย
ประวัติผู้ปกครองกรุงสุโขทัย
ประวัติ กรุงสุโขทัย
กรุงสุโขทัยได้ถือกำเนิดขึ้นโดยได้มีผู้นำคนไทย ๒ คน คือ พ่อขุนบางกลางท่าว และ พ่อขุนผาเมือง ได้นำคนไทยเข้าต่อสู้กับขอมหลังจากที่คนไทยได้ถูกขอมครองเอาไว้ จนในที่สุดขอมก็ได้ยอมแพ้ และพ่อขุนบางกลางท่าวก็ได้สถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ มีพระนามว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และได้ตั้งกรุงสุโขทัยขึ้น นับตั้งแต่นั้นมา พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ท่านได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับกรุงสุโขทัยโดยการรวบ รวมอาณาจักรต่างๆ เข้ามารวมกันเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นอาณาจักรสุโขทัย
ใน ช่วงที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ครองราชย์อยู่นั้น ท่านก็ได้ใช้ระบบการปกครองแบบ พ่อปกครองลูก จนทำให้อาณาจักรสุโขทัยมีความรุ่งเรืองมากขึ้น ช่วงที่อาณาจักรสุโขทัยมีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดอยู่ในช่วงของ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ท่านได้ขยายอาณาเขตของอาณาจักรสุโขทัยจนกว้างมาก และทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นมาใช้อีกด้วย หลังสิ้นสุดยุคของพ่อขุนรามคำแหงแล้ว พระเจ้าเลอไท พระราชโอรสได้ครองราชสมบัติ
ต่อมา พระยาลือไท ราชโอรสได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเจ้าเลอไท พระราชบิดา ทรงมีพระนามว่า "พระมหาธรรมราชาลิไทย" ก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็นองค์ต่อมา ท่านได้เปลี่ยนระบบการปกครองจาก พ่อปกครองลูก เป็น ธรรมราชา เนื่องจากพระมหาธรรมราชาลิไทยท่านมีความเลื่อมใสทางพระพุทธศาสนาเป็นอย่าง มาก และยังทรงออกผนวชระหว่างครองราชย์อีกด้วย แต่ก็ทำให้สุโขทัยขาดความเข้มแข็ง จนไม่สามารถควบคุมประเทศราชไว้ได้ ดังนั้น พระเจ้าอู่ทอง จึงตั้งแข็งเมืองและประกาศอิสรภาพ ไม่ยอมขึ้นตรงต่อสุโขทัย ตั้งแต่ พ.ศ.๑๘๙๓ เป็นต้นมา นั่นก็คือกรุงศรีอยุธยา ขุนหลวงพะงั่ว เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเจ้าอู่ทอง และได้ส่งกองทัพมาทำสงครามตีเมืองต่าง ๆ เป็นระยะเวลา ๗ ปี ตั้งแต่ พ.ศ.๑๙๑๔-๑๙๒๑ แต่ไม่สามารถตีหักเข้าเมืองได้จนกระทั่ง พระเจ้าไสยลือไท (พระมหาธรรมราชาที่ ๒) ขึ้นครองราชย์ กรุงศรีอยุธยาจึงยกกองทัพไปตีเมืองชากังราว (กำแพงเพชร) ซึ่งพระเจ้าไสยลือไท เสด็จมาบัญชาการรบเอง จนขุนหลวงพะงั่วไม่สามารถตีหักเอาเมืองได้ แต่ต่อมาทรงมีพระราชดำริว่า "ถ้าหากขืนรบต่อไปก็คงเอาชนะกองทัพของขุนหลวงพะงั่วไม่ได้" จึงทรงยอมอ่อนน้อมต่อขุนหลวงพะงั่วโดยดี และนับแต่นั้นมา กรุงสุโขทัยก็สูญเสียเอกราช กลายเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา
รัชกาล ที่ 1 พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
เริ่มครองราชย์ประมาณ พ.ศ. 1792
ใน ระยะเริ่มต้นอาณาจักร ในสมัยนั้นมีอาณาเขตไม่กว้างขวางนักเมื่ออาณาจักรสุโขทัยได้รับการสถาปนา ขึ้นเป็นอิสระจากขอม เจ้าเมืองต่างๆในดินแดนใกล้เคียงจึงอ่อนน้อมรวมอยู่กับอาณาจักรสุโขทัย แต่เจ้าเมืองบางเมืองคิดว่าตนมีอำนาจเข้มแข็งพอ ไม่ยอมอ่อนน้อมต่อกรุงสุโขทัย จึงมีการทำสงครามขึ้น ขุนสามชน เจ้าเมืองฉอดได้ยกทัพมาตีเมืองตากซึ่งเป็นเมืองในอาณาเขตของสุโขทัยพ่อขุน ศรีอินทราทิตย์ จึงยกทัพไปปราบเจ้าเมืองฉอด เกิดสงครามครั้งสำคัญขึ้น ในการรบครั้งนี้พระราชโอรสองค์เล็ก มีอายุ 19 ปี เข้าชนช้างกับเจ้าเมืองฉอดจนได้รับชัยชนะ ทำให้กองทัพเมืองฉอดแตกพ่ายไป พ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึงประทานนามพระราชโอรสว่า พระรามคำแหง
พ่อขุนศรี อินทราทิตย์ปกครองประชาชนในฐานะบิดากับบุตร ทั้งบิดาและบุตรมีหน้าที่เป็นทหารป้องกันประเทศในยามสงคราม แต่ยามสงบพระมหากษัตริย์เป็นผู้นำในการบริหาร
ราชการแผ่นดิน ด้วยการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร
พระราชกรณียกิจ
พ่อขุนศรี อินทราทิตย์ เมื่อครั้งยังเป็นพ่อขุนบางกลาวหาวได้ร่วมกับ พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดแห่งราชวงศ์ศรีนาวนำถุม รวมกำลังพลกัน กระทำรัฐประหารขอมสบาดโขลญลำพง โดยพ่อขุนบางกลางหาวตีเมืองศรีสัชนาลัยและเมืองบางขลงได้ และยกทั้งสองเมืองให้พ่อขุนผาเมือง ส่วนพ่อขุนผาเมืองตีเมืองสุโขทัยได้ ก็ได้มอบเมืองสุโขทัยให้พ่อขุนบางกลาวหาว พร้อมพระขรรค์ชัยศรีและพระนาม "ศรีอินทรบดินทราทิตย์" ซึ่งได้นำมาใช้เป็นพระนาม ภายหลังได้คลายเป็น ศรีอินทราทิตย์ โดยคำว่า "บดินทร" หายออกไป เชื่อกันว่าเพื่อเป็นการแสดงว่ามิได้ เป็น บดีแห่งอินทรปัต คืออยู่ภายใต้อิทธิพลของเขมร (เมืองอินทรปัต) อีกต่อไป การเข้ามาครองสุโขทัยของพระองค์ ส่งผลให้ราชวงศ์พระร่วงเข้ามามีอิทธิพลในเขตนครสุโขทัยเพิ่มมากขึ้น และได้แผ่ขยายดินแดนกว้างขวางมากออกไป แต่เขตแดนเมืองสรลวงสองแคว ก็ยังคงเป็นฐานกำลังของราชวงศ์ศรีนาวนำถุมอยู่
ในกลางรัชสมัย ทรงมีสงครามกับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ทรงชนช้างกับขุนสามชน แต่ช้างทรงพระองค์ ได้เตลิดหนีดังคำในศิลาจารึกว่า "หนีญญ่ายพ่ายจแจ" ขณะนั้นพระโอรสองค์เล็ก ทรงมีพระปรีชาสามารถ ได้ชนช้างชนะขุนสามชน ภายหลังจึงทรงเฉลิมพระนามพระโอรสว่ารามคำแหง
ในยุคประวัติศาสตร์ชาตินิยม มีคติหนึ่งที่เชื่อกันว่า พระองค์ทรงเป็นผู้นำชนชาติไทย ต่อสู้กับอิทธิพลขอมในสุวรรณภูมิ ทรงได้ชัยชนะและประกาศอิสรภาพตั้งราชอาณาจักรสุโขทัยขึ้น และทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย แต่ภายหลัง คติดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง เพราะพระองค์ไม่ได้เป็นปฐมกษัตริย์ และไม่ได้เป็นผู้สถาปนารัฐสุโขทัยรัชกาลที่ 2 พ่อขุนบานเมือง
สวรรคต ประมาณ พ.ศ. 1822
พ่อขุนบานเมือง ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ใหญ่ในพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพระนางเสือง และเป็นสมเด็จพระเชษฐาธิราชในพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เสวยราชสมบัติในอาณาจักรสุโขทัยหลังจากพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เสด็จสวรรคต ประมาณประมาณ1822 และครองราชย์อยู่จนถึง พ.ศ. 1822
พ่อขุนบานเมืองได้ทำ สงครามกับเมืองต่าง ๆ เพื่อขยายอำนาจ โดยมีสมเด็จพระอนุชาธิราช (พ่อขุนรามคำแหงมหาราช) เป็นแม่ทัพ ดังปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ว่า "กูไป่ท่บ้านท่เมือง ได้ช้าง ได้งวง ได้ปั่ว ได้นาง ได้เงือน ได้ทอง กูเอามาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายเวนยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ดังบำเรอแก่พ่อกู" หมายความว่าเมื่อพระรามคำแหงยกทัพไปตีเมืองอื่นจนได้ชัยชนะ ก็นำช้าง ผู้คน ทรัพย์สินเงินทอง มาถวายแด่พระราชบิดา เมื่อพระราชบิดาสวรรคต ก็กระทำอย่างเดียวกันกับพ่อขุนบานเมือง
รัชกาลที่ 3 พ่อขุนรามคำแหง
ประมาณ พ.ศ. 1822-1841
กรุงสุโขทัยโดยการปกครอง ของพ่อขุนรามคำแหง มีการเปลี่ยนแปลงและเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าไปจากเดิมมาก เพราะเป็นกษัตริย์ที่มีความเข้มแข็งด้านการปกครองและใกล้ชิดราษฎร ไพร่ฟ้าประชาชนมีความอยู่ดีกินดี มีการนำระบบชลประทานมาใช้ทางการเกษตรทำให้ได้ผลผลิตดีขึ้น มีการค้าขายกับต่างประเทศ เศรษฐกิจและการเมืองมั่นคง ขยายอำนาจและอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล จนได้รับการเทิดพระเกียรติว่า พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
พระองค์ทรงชนช้างชนะขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดตั้งแต่ ยังทรงพระเยาว์ ทรงเชี่ยวชาญด้านการศึกสงคราม จนเป็นที่เกรงขามของอาณาจักรอื่นๆเมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์มีหลายเมืองยอม อ่อนน้อม ทำให้มีอาณาเขตแผ่ขยายออกไปกว้างขวางมากดังนี้
ทิศเหนือ มีอาณาเขตครอบคลุมเมืองแพร่ น่าน
ทิศใต้ มีอาณาเขตครอบคลุมเมืองคณฑี (กำแพงเพชร )
ทิศตะวันออก มีอาณาเขตครอบคลุมเมืองสระหลวง สองแคว
ทิศ ตะวันตก มีอาณาเขตครอบถึงเมืองฉอด ทวาย
เมืองใดที่มาขอพึ่งพระบรม โพธิสมภารหรือยอมอ่อนน้อมโดยดีแล้ว จะทรงช่วยเหลืออุปการะพระราชทานของกินของใช้และไพร่พลบริวาร ทรงใช้หลักธรรมในการปกครองเพื่อให้ประชาชนพลเมืองอยู่เย็นเป็นสุข ทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 1826 ทำให้คนไทยมีตัวหนังสือประจำชาติ มีความเจริญรุ่งเรืองทางวรรณกรรม ทรงทำนุบำรุงศาสนาพุทธสืบต่อ รัชกาลก่อนโดยนิมนต์พระภิกษุที่เคร่งครัดในทางพระธรรมวินัยและพระปรมัตถ์จาก เมืองนครศรีธรรมราชมาเป็นผู้สั่งสอน ทรงเป็นผู้นำสร้างชาติให้มั่นคงเป็นแบบอย่างต่อมาคือการบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ประชาราษฎร์ด้วยความใกล้ชิด ผู้ใดเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือให้ไปสั่นกระดิ่งที่แขวนไว้ที่หน้าประตู วัง จะเสด็จออกมารับเรื่องร้องทุกข์ด้วยพระองค์เอง จึงทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบร่มเย็นเป็นสุข ทรงให้ความอุปถัมภ์สนับสนุนหัวเมืองตามโอกาสเป็นต้นว่ายกพระราชธิดาให้ มะกะโท ( พระเจ้าฟ้ารั่ว ) ผู้นำอาณาจักรขอมซึ่งเข้ามาสวามิภักดิ์
การท หาร
ความเป็นนักรบของพระองค์นั้น เห็นได้ตั้งแต่ยังมิได้ครองราชย์ พระองค์ทรงได้รับชนะในการกระทำ ยุทธหัตถี กับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ในสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระราชบิดา และทรงเป็นจอมทัพในการทำสงครามขยายอาณาเขตตลอดรัชสมัยของพระบิดา และพ่อขุนบานเมือง
การเมือง
พระองค์ทรงมีพระเมตตาเอาพระทัยใส่ใน ทุกข์สุขของประชาชน โดยการสนับสนุนการประกอบอาชีพอย่างเสรี ทรงยกเลิกจังกอบ ซึ่งเป็นภาษีที่คิดตามความกว้างของเรือ ให้กรรมสิทธิที่ดินทำกิน ตลอดจนเสรีภาพให้แก่ราษฎร
การทูต
พระองค์มีนโยบายกระชับมิตรกับ ดินแดนต่างๆทั้งที่ใกล้เคียง และแม้แต่ดินแดนอันห่างไกลที่มีอำนาจ เช่น ล้านนา พะเยา ศิริธรรมนคร (นครศรีธรรมราช) ตลอดจนถึงจีน นอกจากนี้ยังปรากฏทรงให้ความช่วยเหลือสนับสนุนรัฐที่มาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ด้วย เช่น มอญ และล้านช้างเป็นต้น
การศาสนาและปรัชญา
พระองค์นั้น ทรงเห็นความสำคัญของพระศาสนา พระองค์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก และสนับสนุนทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ดังปรากฏว่า พระองค์ทรงนิมนต์พระเถระจากเมืองศิริธรรมนคร มาสถาปนาพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ในสุโขทัย ทรงจัดสร้างพระอารามทั้งในและนอกราชธานี รวมทั้งทรงสนับสนุนการเผยแผ่หลักธรรมและการสร้างศาสนวัตถุอีกด้วย นอกจากพระราชกรณียกิจทางด้านพระศาสนาแล้วยังมีความสำคัญเช่นกันคือ ทรงส่งเสริมความเจริญทางภูมิปัญญาศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่น คือ การประดิษฐ์อักษรไทย หรือ ลายสือไทย เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการประดิษฐ์ลายสือไทย จนถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในรัชสมัยของพระองค์อีกด้วย และเนื่องจากพระองค์ทรงทำคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ปวงชนชาวไทย จึงยกย่องให้พระองค์ทรงเป็น "มหาราช" พระองค์แรกแห่งประวัติศาสตร์ไทย
ข้อมูล ส่วนพระองค์
พระปรมาภิไธย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย
พระราชบิดา พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
พระ ราชมารดา พระนางเสือง
การครองราชย์
ราชวงศ์ ราชวงศ์พระร่วง
ทรง ราชย์ พ.ศ. 1822 - พ.ศ. 1860 (โดยประมาณ)
ระยะเวลาครองราชย์ 40 ปี (โดยประมาณ)
รัชกาลก่อนหน้า พ่อขุนบานเมือง
รัชกาลถัดมา พญาไสสงคราม
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช


พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นพระราชโอรสของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (บางกลางหาว) กับนางเสือง มีพระนามเดิมว่า พระราม เมื่อพระชนมายุ 19 พรรษา ได้ตามเสด็จพระบิดาไปในการสงครามระหว่างสุโขทัย กับเมืองฉอด ทรงช่วยพระบิดาทำยุทธหัตถีชนะขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด พระบิดาจึงเฉลิมพระนามให้เป็น “ พระรามคำแหง "
พระ ราชประวัติพ่อขุนรามคำแหงมหาราชตามความปรากฏในจารึกหลักที่ 1มีใจความว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์มีพระโอรสด้วยพระชายาพระนามว่า นางเสือง 3 องค์ พระองค์ใหญ่สิ้นพระชนม์เสียตั้งแต่ยังเยาว์ พระองค์กลางทรงพระนามว่า บาลเมือง (ในหนังสือชินกาลมาลินีและสิงคนิทาน เรียกว่า ปาลราช) องค์ที่สามได้เสวยราชย์ต่อมาทรงพระนามว่า พ่อขุนรามคำแหงมหาราช (ศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงด้านที่ 2-3-4 และในคำนำไตรภูมิพระร่วงเรียกว่า รามราช)
พ่อ ขุนรามคำแหงมหาราชทรงพระราชสมภพปีใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่นอน ตามหลักฐานพงศาวดารเมืองเหนือ คือ พงศาวดารเมืองโยนก กล่าวว่า พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเป็นพระสหายสนิทและรุ่นราวคราวเดียวกับพญาเม็งราย เจ้าเมืองเชียงใหม่ และพญางำเมือง เจ้าเมืองพะเยา ทรงศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสำนักสุกกทันตฤาษี ณ เมือง ละโว้ (ลพบุรี) เป็นศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกับพญางำเมือง ในขณะที่ทรงเล่าเรียนศิลปวิทยาอยู่ร่วมกันนั้นพญางำเมืองเจริญพระชันษาได้ 16 ปี
เมื่อ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ประกาศตั้งกรุงสุโขทัยเป็นอิสระแล้ว ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดได้ยกกองทัพมาตีเมืองตากอันเป็นเมืองหน้าด่านทางทิศ ตะวันตกของกรุงสุโขทัย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ยกกองทัพออกไปสู้รบกับขุนสามชน และพระราชโอรสองค์ที่สามซึ่งเจริญพระชันษาย่างเข้า 19 ปี ทรงเป็นนักรบที่เข้มแข็งในการสงครามเข้าชนช้างชนะขุนสามชน พวกเมืองฉอดจึงได้แตกพ่ายไป เมื่อชนช้างชนะขุนสามชนคราวนั้นแล้ว พ่อขุนศรีอินทราทิตย์พระราชบิดาจึงพระราชทานเจ้ารามเป็น "พระรามคำแหง" ซึ่งคงจะหมายความว่าพระรามผู้เข้มแข็ง หรือ เจ้ารามผู้เข้มแข็ง
พ่อ ขุนรามคำแหงมหาราชเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นกษัตริย์องค์ที่สามแห่งราชวงศ์ พระร่วง ศักราชที่ปรากฏในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง (ศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1) คือ มหาศักราช 1205 (พ.ศ. 1826) นั้นเป็นปีที่พระองค์ได้ประดิษฐ์อักษรไทยขึ้น มหาศักราช 1207 (พ.ศ. 1828) ทรงสร้างพระมหาธาตุเมืองศรีสัชนาลัย (เข้าใจว่า คือ พระเจดีย์ที่วัดช้างล้อม ในปัจจุบัน) มหาศักราช 1214 (พ.ศ. 1835) โปรดให้สร้างแท่นหิน ชื่อ พระแท่นมนังศิลาบาตร และสร้างศาลา 2 หลังชื่อ ศาลาพระมาสและพุทธศาลา ประดิษฐานไว้กลางดงตาล เพื่อเป็นที่ประทับว่าราชการและทรงสั่งสอนข้าราชการและประชาชนในวันธรรมดา ส่วนวันอุโบสถโปรดให้พระสงฆ์นั่งสวดพระปาติโมกข์และแสดงธรรม รัชสมัยของพระองค์รุ่งเรืองยิ่งกว่ารัชกาลใด ๆ ราชอาณาเขตแผ่ขยายไปกว้างขวาง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขอย่างที่เรียกกันว่า "ไพร่ฟ้าหน้าใส" การพาณิชย์เจริญก้าวหน้า ศิลปวิทยาเจริญรุ่งเรืองหลายประการ
ในช่วงรัชสมัยพ่อขุนบางเมือง ซึ่งเป็นพระเชษฐา พระรามคำแหงทรงเป็นกำลังสำคัญในการรบปราบปรามเมืองชายแดนหลายแห่ง พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ครองราชย์ พ.ศ. ๑๘๒๒
พระราชกรณียกิจที่สำคัญ
- ทรงขยายอาณาเขตออกไปกว้างขวางกว่ารัชสมัยใดๆ
- ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยใน พ.ศ. ๑๘๒๖
- ทรงส่งเสริมการค้า ทั้งการค้าภายในและการค้าภายนอก เช่น ให้งดเว้นการเก็บจกอบหรือภาษีผ่านด่าน
- ทรงบำรุงศาสนา เช่น ให้นิมนต์พระสงฆ์นิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์จากนครศรีธรรมราชมาเป็นพระสังฆราช
และ ริเริ่มการนิมนต์พระสงฆ์มาแสดงธรรมในวันพระ
- ทรงดูแลทุกข์สุขของราษฎรอย่างใกล้ชิด เช่น ให้ผู้เดือดร้อนมาสั่นกระดิ่ง ถวายฎีกาได้ ให้ทายาทมีสิทธิได้รับมรดก
จากพ่อแม่ที่เสียชีวิตไป เป็นต้น
- ทรงสร้างความสัมพันธ์อันดีกับรัฐใกล้เคียง ได้แก่ ทรงเป็นพระสหายกับพญามังรายแห่งอาณาจักรล้านนา
พญางำเมือง แห่งแคว้นพะเยา ทรงมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับพระเจ้าฟ้ารั่ว แห่งอาณาจักรมอญและทรงเป็นรัฐบรรณาการกับจีน
เกาะกูด น้ำใส หาดทรายสวย
เกาะกูด น้ำใส หาดทรายสวย

เกาะกูดนั้นประกอบไปด้วย 3 หมู่เกาะ ตัวหมู่เกาะกูดมี 3 เกาะ ตัวหมู่เกาะหมากมี 9 เกาะ สำหรับตัวเกาะรังมี 12 เกาะ จำนวนเกาะต่างๆ ที่อยู่ในสังกัดกิ่งอำเภอเกาะกูดมีประมาณ 24 เกาะ
การเดินทางไปเกาะกูด
รถยนต์
ขับรถไปเองเลือกได้ 2 เส้นทาง
จากกรุงเทพใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (บางนา-ตราด) ผ่านชลบุรี ระยอง จันทบุรี เลยไปจนถึงจังหวัดตราดรวมระยะทางทั้งสิ้น 385 กิโลเมตร
จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข3 (บางนา-ตราด)เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 344(ชลบุรี-บ้านบึง-แกลง) เมื่อถึงอำเภอแกลง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข3 ผ่านจังหวัดจันทบุรีจนถึงจังหวัดตราด รวมระยะทาง 315 กิโลเมตร
ทางหลวงพิเศษ (motor way) เริ่ม กิโลเมตรที่ 0 ที่แยกถนนศรีนครินทร์ตัดถนนรามคำแหง และมาออกที่เส้นทางบ้านบึง-แกลง-จันทบุรี-ตราด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
รถโดยสารประจำทาง สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย)
รถโดยสารธรรมดา ออกจาก สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท
รถโดยสารปรับอากาศ ออกจาก สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท มีรถปรับอากาศ ชั้น 1 (ปอ.1) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง
ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประชาสัมพันธ์สถานีขนส่งเอกมัย โทร. 0 2391 2504, 0 2391 4164
รถโดยสารประจำทาง สถานีขนส่งหมอชิต
รถปรับอากาศชั้น 1 ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 สอบถามที่รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2537 8055, 0 2936 2852-6
รถโดยสารเอกชน
บริษัท เชิดชัย ทัวร์ โทร. 0 2391 2237, 0 2391 4164 สาขาตราด โทร. 0 3951 1062
โชคอนุกูล ทัวร์ โทร. 0 2392 7680 สาขาตราด โทร. 0 3951 1587
ศุภรัตน์ ทัวร์ บริการรถ V.I.P. โทร. 0 2391 2331 สาขาตราด โทร. 0 3951 1481
บริษัท ศุภรัตน์ ทัวร์ โทร. 0 2936 3388 สาขาตราด โทร. 0 3951 1481
น้ำตกคลองพลู เกาะช้าง
น้ำตกคลองพลู เกาะช้าง
| | น้ำตกคลองพลู เกาะช้าง น้ำตกคลองพลู: แต่เดิมน่าจะเรียกว่า "คลองภู" เพราะมาจากชื่อ "ภูผาเมฆสวรรค์" ซึ่งเป็นชื่อของยอดเขาในบริเวณนี้ และยังกล่าวกันอีกว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงเคยเสด็จประพาสถึง 2 ครั้ง น้ำตกคลองพลู อยู่ห่างจากอ่าวคลองพร้าว 3 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินป่าอีกประมาณ 20 นาที เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มี 3 ชั้น ไปตามถนนที่จะไปหาดไก่แบ้ เลี้ยวเข้าไปอีก 2 กิโเมตร จะถึงที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.4 (คลองพลู) จากนั้นเดินเท้าเข้าสู่น้ำตกประมาณ 500 เมตร น้ำตกคลองพลูเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีน้ำตลอดปี ตกจากหน้าผาสูงลงมาเป็นเส้นสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง มีอยู่ 3 ชั้น ชั้นแรกสุดสูงประมาณ 40 เมตร ชั้นต่อไปอยู่ติดกัน สูงกว่าชั้นแรกมาก สภาพป่ารอบๆ สมบูรณ์ดีมาก มีธารน้ำแยกจากคลองพลูหลายสาย มีแอ่งน้ำให้เล่นประมาณ 2–3 จุด มีน้ำไหลตลอดปี. |



เกาะช้าง จ.ตราด ประเทศไทย
เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ
ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี
ยุทธนาวีที่เกาะช้าง สุดทางบูรพา

เกาะช้าง: เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลอ่าวไทยใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากภูเก็ต เกาะช้างมีธรรมชาติที่หลากหลายและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง (ไม่ได้มีแค่ทะเลนะ) แต่จุดที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมมากคือ ชายหาดสวยๆ น้ำทะเลใสๆ และยังมีน้ำตกสูงๆ และสวยงาม เรียกได้ว่ามาเกาะช้างครั้งเดียวได้เที่ยวทั้ง ทะเล น้ำตก และยังมีกิจกรรมอีกมากมาย.
นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมไปเที่ยวกันทางด้านทิศตะวันตกของเกาะซึ่งเป็นโซน ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาก เพราะมีชายหาดสวยๆ เหมาะแก่การเล่นน้ำและพักผ่อน และยังมีโรงแรม รีสอร์ท ตั้งอยู่ตามหาดต่างๆ เช่น หาดทรายขาว หาดไก่แบ้ อ่าวคลองพร้าว ส่วนทางด้านทิศตะวันออกของเกาะจะเป็นส่วนที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ดั่งเดิม.
ที่พักมีมากมายหลากหลายราคา ถ้าเป็นตามชายหาดท่องเที่ยวหลักๆ ของเกาะจะมี โรงแรม เกาะช้าง รีสอร์ท บังกาโลว ทั้งแบบชายทะเลและแบบโฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านค้าก็หาได้ง่ายและสะดวก.
การเดินทางไปเกาะช้างก็สะดวกสบายมาก ขับรถไม่ไกลจากกรุงเทพ หรือจะใช้บริการรถโดยสารประจำทางก็ได้ และยังมีเรือเฟอร์รี่ที่สามารถนำรถยนต์ขึ้นข้ามเกาะไปได้ เราสามารถขับรถชมทั่วเกาะได้สบายๆ หรือจะใช้บริการรถสองแถวก็ได้ ราคาไม่แพง และยังมีบริการเช่ารถมอเตอร์ไซด์ขับขี่ไปชมวิวและทิวทัศน์รอบเกาะก็ได้.
เกาะช้างนั้นสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ร้อนจัดจนเกินไป ยิ่งเป็นช่วงหน้าหนาวท้องฟ้าจะปลอดโปร่งแจ่มใส.
- โรงแรมเกาะช้าง ราคาถูก
- การเดิน ทางไปเกาะช้าง ไปยังไง ขึ้นเรือที่ไหน?
- แผนที่เกาะช้าง สำหรับนักท่องเที่ยว
เกาะช้างนั้นมีหลายหาด มีลักษณะ ต่างๆกันไปบางหาดมีแต่โขดหิน หาดทรายที่นักท่องเที่ยวนิยมได้แก่ หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ และยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับหาดอื่นๆ และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย.
หาดทรายขาว: เป็นหาดทรายที่มีความสวยงามเม็ดทรายละเอียด ขาวสะอาด มีความยาวตลอดชายหาดประมาณ 6 กม. สามารถเล่นน้ำได้ตลอดแนวชายหาด แต่ควรสวมเสื้อชูชีพเมื่อต้องการออกไปเล่นน้ำไกลๆ.
อ่านรายละเอียดต่อ
ที่พักหาดทรายขาว (แนะนำ)
- Alina Resort: เป็นรีสอร์ทและบังกะโลขนาดกลางจำนวน 32 ห้อง ตั้งอยู่บริเวณหาดทรายขาว เป็นย่านแหล่งชุมชนที่มีความสะดวกสบาย ทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ธนาคาร ตู้ATM ร้านเสริมสวย ฯลฯ อลีนารีสอร์ทอยู่ติดกับชายหาดที่สะอาดและสวยงาม พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย.
- Mac Resort: รีสอร์ท ที่มีความสะดวกสบายที่ลงตัวกลมกลืนไปกับความร่มรื่นสดชื่นเขียวชะอุ่มภายใน รีสอร์ท ประกอบไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ทีสี ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น.
- Banpu Koh Chang: ที่ๆความเป็นส่วนตัวผสมผสานกับ ความสวยงามของธรรมชาต ิบนหาดทรายขาวซึ่งเป็นมุมที่สวยที่สุด มุมหนึ่งบนเกาะช้าง และเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ที่มาเยือนทุกท่าน นอกจากทุกห้องของ บ้านปูเกาะช้างรีสอร์ต จะถูกล้อมรอบไปด้วย สวนพันธ์ไม้อันเขียวขจี ทุกอณูของพื้นที่ที่ได้สัมผัสยังสามารถเข้าถึง ความสวยงาม และบรรยากาศของทะเลได้อย่างแท้จริง.
หาดคลองพร้าว: หาดแห่งนี้มีต้นมะพร้าวเยอะมาก เกือบทุกรีสอร์ทจะมีต้นมะพร้าวเป็นแนวยาวตลอดหาด ที่หาดทรายขาวจะมีนักท่องเที่ยวนิยมมีถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกกับวิวต้นมะพร้าว ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมาก.
อ่านรายละเอียดต่อ
ที่พักหาดคลองพร้าว (แนะนำ)
- Aana Resort: Aana(อาน่า) แปลว่า ช้าง ตามภาษา Malayalam (ภาษา ทางภาคใต้ของอินเดีย ใช้พูดกัน) ตั้งอยู่ที่หาดคลองพร้าว อยู่ถัดจากหาดทรายขาว ซึ่งเป็นหาดที่ยาวมากอยู่บนอุทยานแห่งชาติหมู่ เกาะช้าง ซึ่งล้อมรอบไปด้วยความเขียวชะอุ่มของต้นไม้ และมีภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยป่าที่อุดมสมบรูณ์ และอีกด้านจะมองเห็นท้องฟ้าสีครามตัดกับสีของทะเล ถือได้ว่า อาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่บนทำเลที่คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามอย่างไกล้ชิด.
- Panviman Resort: ปานวิมาน หรือสถานที่ๆ เปรียบดังสรวงสรรค์ ได้เปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2545 บนเนื้อที่หาดคลองพร้าว ซี่งเป็นหาดส่วนตัวที่เน้นความเงียบสงบและงดงาม เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการว่ายน้ำ เป็นสถานที่ซึ่งผสมผสานความร่มรื่นและความผ่อนคลายได้อย่างลงตัว ภายในที่พักตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยบาหลี.
- Koh Chang Tropicana: รีสอร์ทหรูริมชายหาดตั้งอยู่ใจกลางชายหาดคลองพร้าว รีสอร์ทมีห้องพักทั้งหมด 77 ห้อง. ห้องพักได้มาตรฐานและยังมีกิจกรรมสนุกมากมายที่คุรจะได้สัมผัส เช่น ขี่ช้าง ดำน้ำและยังมีน้ำตก.
- Koh Chang Resort: เกาะช้าง รีสอร์ท & สปา ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวหมู่เกาะทะเลตราด นับตั้งแต่ปี 2530 (ตั้งแต่เมื่อครั้งยังไม่มีถนน, ไฟฟ้า ฯลฯ บนเกาะ) เรามีประสบการณ์เพียงพอที่จะหยิบยื่นความสุขให้แก่ท่านได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
หาดไก่แบ้: เป็นหาดที่ยาวต่อมาจากหาดคลองพร้าวประมาณ 15 กม. จากท่าเรือสับปะรดหาดนี้เป็นหาดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นที่นิยมมาอาบแดด. อ่านรายละเอียดต่อ
ที่พักหาดไก่แบ้ (แนะนำ)
- The Chill Resort: รีสอร์ทสวยหรูหรามีสไตล์บนหาดไก่แบ้บรรยากาศเป็นส่วนตัว ห้องพักตกแต่งได้สวยงามเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน.
- Seaview Resort: รีสอร์ทสวยงามแห่งทะเลตะวันออก สำหรับคนที่ชื่นชอบทะเล รีสอร์ทได้รวบรวมความทันสมัยและความสะดวกสบายไว้อย่างครบครัน ท่ามกลางธรรมชาติ และแมกไม้นานาชนิดกับหาดทรายขาวที่เป็นส่วนตัว ลิ้มลองอาหรทะเลสดๆที่ตรงจากทะเล และสนุกกับการท่องเที่ยวที่จังหวัดตราด สวรรค์ของคนรักทะเล.
- Chang Park Resort: รีสอร์ทที่มีสไตล์แบบไทยๆ รายล้อมไปด้วยร่มเงาของต้นมะพร้าวและติดชายหาด ห้องพักสะอาดและได้มาตรฐาน พร้มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมต่างๆ ครบครัน.
วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
การเลี้ยงปลากัด
1.ดูสี ตัวผู้จะมีสีเข้มกว่าตัวเมีย แต่ลายบยลำตัวเห็นได้ชัดเจน ส่วนตัวเมียจะมีสีั ซีดจาง มีลายพาดตามความยาวของลำตัว 2-3 แถบ การดูสีนี้จะดูได้อย่างชัดเจน ยิ่งขึ้นเมื่อปลากัดีอายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป2. ดูครีบและกระโดงปลากัดตัวผู้จะมีครีบท้องยาวกว่าของตัวเมียมีกระโดง ยาวไปจรดหาง ส่วนกระโดงของตัวเมียจะสั้่นกว่ามาก3. ดูไข่นำ ซึ่งเป็นจุดขาวๆ ใต้ท้องปลากัดตัวเมีย สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนและ จุดๆ นี้คือท่อนำไข่4. ดูปาก ถ้าลูกปลาตัวใดมีวงปากเป็นสีแดงแสดงว่าลูกปลากัดตัวนั้นเป็นตัวผู้ ซึ่ง เริ่มสังเกตเห็นได้่ตั้งแต่ปลากัดมีอายุน้อยๆ ประมาณ 20 วันขึ้นไป5. ดูขนาดลำตัว ปลาตัวผู้จะมีขนาดลำตัวโตกว่าปลาตัวเมียแม้มีอายุเท่าๆ กัน และเมื่อทำการแยกเพศปลากัดแล้ว จึงนำปลากัดไปเลี้ยงไว้ในภาชนะทีเตรียมไว้ภาชนะที่ ี่เหมาะสมที่สุดในการเลี้ยงปลากัดได้แก่ขวดสุราชนิดแบน บรรจุน้ำได้ 150ซีซีเพราะสามารถหาได้ไม่ยากนัก อีกทั้งยังมีราคาถูกกว่าการสั่งทำขวดพิเศษสามารถวางเรียงกันได้เป็นจำนวนมากไม สิ้นเปลืองพื้นที่ แต่ปัจจุบันการเลี้ยงเชิงพาณิชย์มักจะสั่งทำขวดโหลชนิดพิเศษ เป็นรูปร่างสี่เหลี่ยม บ้างก็เป็นขวดกลมใหญ่เพื่อเป็นการโชว์ปลากัด แต่ละประเภทหรือแต่ละสายพันธุ์ ได้อย่างชัดเจน เมื่อนำไปวางจำหน่ายในท้องตลาดนอกจากนั้นแล้วต้องหาสถานที่ๆ ค่อนข้างจะสงบเงียบและมีอากาศถ่ายเทได้ดี โดย เฉพาะในฤดูร้อน เนื่องจากอากาศร้อนจะทำให้อุณหภูมิน้ำสูงเกินไป อันจะเป็นสาเหตุ ให้ปลาตายได้ อุณหภูมิที่เหมาะสมไม่ควร ให้เกิน 30 องศาเซลเซียส ควรอยูุ่่ระหว่าง 26-28 องศาเซลเซียส หากเป็นช่วงหน้าหนาวก็ไม่ควรให้ต่ำกว่า 20องศาเซลเซียส เพราะจะทำให้ปลาไม่กินอา่หารและทำให้้ปลาตายได้ภาชนะที่ใช้เลี้ยงปลากัดควรเป็นภาชนะขนาดเล็กที่ไม่สิ้นเปลืองพื้นที่ มีช่องเปิดไม่กว้่างเพื่อป้องกันปลากระโดดและป้องกันศัตรูของปลา เช่น แมว จิ้งจก ฯลฯ ภาชนะที่เหมาะสม ที่สุดที่ควรนำมาใช้ในการเลี้ยงปลากัดได้แก่ ขวด(สุรา) ชนิดแบน บรรจุน้ำได้ 150 ซีซี เพราะสามารถวางเร่ยงกันได้ดีไม่สิ้นเปลืองพื้นที่ และปากขวดแคบๆ สามารถป้องกันปลากระโดดและป้องกันศัตรูได้เป็นอย่างดี และหากมีเนื้อที่น้อยก็สามารหถทำชั้นวางขวดปลากัดเป็นชั้นๆ แบบขั้นบันไดได้



